Return to my time !

posted on 13 Nov 2009 00:28 by jybjub
เมื่อวานก็มิได้มาอัพ !
 
เมื่อวานไปเยี่ยม อาจารย์ ดร บาลี ที่บ้านเชียงใหม่
 
เพราะอาจารย์กลับมาจากการสอนที่ วิทยาลัยพระพุทธศาสนานานาชาติ ในวัยหลังเกษียณ
 
พวกเรา ครู - ศิษย์ ก็นัดรับประทานอาหารมื้อเย็นกันที่บ้านอาจารย์
 
เพราะถือเป็นการพบปะสังสรรค์ และ แลกเปลี่ยนกันระหว่างครูและศิษย์
 
ก็เลยมีโอกาสยืมหนังสือต่าง ๆ ของอาจารย์มาทำสำเนาไว้
 
-----
 
ส่วนวันนี้
 
ได้รับข่าวร้ายว่า อาจารย์อีกท่าน ประสบอุบัติเหตุ
 
แต่ก็มิได้ไปเยี่ยม เพราะ ผ่าตัดอยู่ 
 
วิชาวรรณกรรมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
 
ว่าด้วยการวิเคราะห์ วรรณกรรมลาว
 
ส่วน วิชาวรรณกรรมท้องถิ่น
 
ว่าด้วยการบรรยาย ฉันทลักษณ์ในวรรณกรรมท้องถิ่นล้านนาและอีสาน
 
เมื่อวานส่งใบสมัครมหิดลไป
 
น่าตื่นเต้นดีจัง ^^
 
-----
 
ล่องไปตามความฝันตะวันฉาย
แสวงหาความหมาย - ไปรู้จัก
ล่องเรือแห่งดวงใจไปทายทัก
กลางอ้อมอกความรักจักรวาล
 
( จากหนังสือ เราอยู่คนละฟากของภูผา )

edit @ 13 Nov 2009 00:52:44 by Jyb_Jub

วันนี้
 
มีนัดตอน ๘ โมงครึ่ง
 
ที่สำนักทะเบียนฯ มช
 
เพื่อไปทำใบคาดว่าฯ ( จะสำเร็จการศึกษา )
 
" ให้นักศึกษาแต่งกายถูกระเบียบ " 
 
เตรียมทุกอย่างพร้อม
 
แต่มีอยู่อย่างหนึ่ง พยายามมากมาย แต่ก็ทำไม่ได้
 
ผูกเนคไทด์
 
ทดลองมาหลายวิธีแล้ว ม้วนไปม้วนมา
 
" ทำไมมันพันกันอย่างนี้วะ ? "
 
สุดท้าย ถือไปให้เพื่อนผูกให้
 
ขั้นตอน
 
๑. กรอก
 
๒.จ่าย
 
๓.ถ่าย
 
๔.กลับ
 
แค่นี้แหละ
 
พอทำใบคาดว่าฯ เสร็จปั๊บ
 
ก็ไป ถ่ายรูปหน้าตรงที่ร้านสีเหลือง หน้า มช
 
เค้าบอกว่า จะทำรูปให้ออกมาำจำไม่ได้เลย - -"
 
ตาย ๆๆ
 
ถ้าไปสมัครที่ไหน แล้วเค้าหาว่าไม่ใช่เรา จะทำไง 
 
๕๕๕++
 
อันดับแรกที่จะสมัคร คือ
 
มหาวิทยาลัยมหิดล
 
สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเพื่อพัฒนาชนบท
 
ในหลักสูตร ศศ.ม. ภาษาศาสตร์
 
เพราะว่า สนใจภาษาเอเชียอาคเนย์
 
พวก การอ่านจารึก หรือ การอ่านเอกสารโบราณ หรือ เอกสารปัจจุบันต่าง ๆ
 
น่าสนใจดีนะ
 
เช่น วิชาภาษาต่าง ๆ ในโลก
 
 
( เรื่อง ศรีธนญชัย : ฉบับมอญ )
 
ใครสนใจอ่านได้ที่เว็ปไซต์อ้างอิงที่ ๒
 
อิอิ
 
แต่สาขานี้ ไม่ใช่ สาขา Top ten ของ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่มีผู้สนใจเข้าศึกษา
 
ลองสอบดูก่อน อิอิ
 
 
 
^_^
 
ลุย !
 
-----
 
เมื่อคิดไปคิดมา
 
กาลเวลา และ เรือจ้าง
 
 
 
ก็นำมาสู่ริม ๆ ฝั่ง
 
พร้อมที่จะขึ้นฝั่งอยู่ตลอดเวลา
 
เร็วจริง ๆ
 
ตอนเช้าปี ๑ ก็ลำบากยากเข็ญเหลือเกิน
 
ตอนจะจบก็ใจหาย
 
เป็นเด็กสบายจะตาย ^_^
 
 
อยากได้พื้นที่เล็ก ๆ สำหรับการเป็น " เด็ก " อยู่
 
สมัยยังเป็นเด็กนะ ฝันอยากจะเป็น " คนออกแบบบ้าน " แต่กลัวไปทำบ้านเค้าพัง
 
ฝันอยากจะเป็น " ครู " ตอนนี้ก็ใกล้ละ
 
 
 ปล
 
เพื่อนบางคนครับ
 
เวลาเราไปบอกเธอว่า " อาจารย์ถามถึง "
ทำไมเธอถึงหาว่าฉัน " สร้างกระแส " ทั้ง ๆ ที่อาจารยก็ถามฉันว่า " เธอเป็นไงบ้าง "
 
อีกอย่างหนึ่ง
 
เวลาฉันจะโทรไปหาเธอ
บอกเรื่อง อาจารย์กำลังจะกลับจากสงขลา
เธอก็ไม่รับโทรศัพท์ฉัน
แต่เวลาฉันไปบ้านอาจารย์ แล้ว เธอไม่รู้
เธอก็มาต่อว่าฉันว่า " ทำไมไม่บอก " และ ไปต่อว่าอาจารย์ว่า " ทำไมไม่บอกหนู "
 
จนฉันอยากจะถามเธอว่า
" เธอเป็นอะไรมากไหม "

 
ที่มา
 
http://boy.blogth.com/3548/%C7%D4%B8%D5%BC%D9%A1%E0%B9%A4%E4%B7.html
http://www.monstudies.com/show_content.php?topic_id=87&main_menu_id=10
http://www.grad.mahidol.ac.th/grad/curriculum/view.php?lang=th&pid=32
 
 
 
วันนี้ตอนเที่ยง
 
 
 
หลังจากเอา notebook ไปซ่อม ( เอาไปทิ้งไว้ที่ร้าน )
 
ก็ไปถนนคนเดินของเก่า
 
ที่ตั้งอยู่ ถนน ข้างโรงเรียนปรินส์ฯ
 
 
 
ไปเดินขณะที่แดดกำลังร้อนเปรี้ยง ๆ
 
ไปเจอร้านหนังสือเก่าร้านหนึ่ง
 
มีทั้งหนังสือไทย และ หนังสือเทศ
 
แต่ละเล่มก็น่าอ่านและมีคุณค่าทั้งนั้น
 
" เด็กไทยควรอ่านหนังสือเยอะ ๆ " เค้าว่ากันแบบนั้นนะ
 
ได้มา ๒ เล่ม เป็นหนังสือคำศัพท์ภาษาอังกฤษเล่มหนึ่ง อีกเล่มหนึ่งเป็นหนังสือภาษาฝรั่งเศส
เล่มละ ๓๐ บาท ทั้งคู่เลย
 
ภาษาฝรั่งเศสก็อ่านได้นะ แต่ลืมไปนิดหน่อย
 
เพราะร้างมาตั้ง ๔ ปีเชียว
 
ที่ซื้อมาเพราะว่าภาพสวย เป็นหนังสือเกี่ยวกับ ตัวอักษร , งานหนังสือ ทำนองนั้น
 
ชอบตัวอักษรแปลก ๆ ที่อยู่ในหนังสือภาษาฝรั่งเศสที่เป็นภาพ ๆ เลยซื้อมา อิอิ
 

 
เจ้าของร้านบอกว่า
 
" ที่้บ้านลุงมีเยอะแยะเลยหนังสือ ถ้าอยู่ร้านหนังสือลุงอยู่ได้เป็นชั่วโมง
 
ซื้อไปเยอะแยะ เมียลุงก็บ่นเหมือนกัน "
 
อิอิ
 
เดินถนนคนเดินเสร็จแล้ว
 
ก็ไปทานข้าวกลางวันช่วงบ่าย ๆ
 
ที่ร้าน นิรันดร์มาม่าผัด หน้า รร เรยีนา
 
แล้วก็แวะร้าน สุริวงศ์ ไปเป็นชั่วโมง ได้ใส้ดินสอกลับมา ๑ อัน
 
----------
ตอนเย็น ๆ
 
ไปไหว้ครูบาศรีวิชัย
 
ไหว้ ครูบา เสร็จ
 
ไปไหว้ศาลช้าง หน้ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่
 
ไปเจอฝรั่ง ๑ หนุ่ม และ ๑ สาว
 
มาถามทางไป ร้าน ผาลาด ตะวันรอน
 
ไอ้เราก็ฟังอยู่ตั้งนานว่าอะไร พะละ พะละ 
 
ผลสุดท้าย พาฝรั่งไป 
 
แต่ก็หาร้านไม่เจอ
 
เพราะร้านอยู่ลึกมาก ขึ้นไปสุดถนนสุเทพ ก็ยังหาไม่เจอ
 
สุุดท้าย ฝรั่งไปตามหาเองต่อ
 
เราไม่กล้าไปแล้ว
 
ทางมันมืด เพื่อนเราเป็นผู้หญิงบอกให้เลี้ยวกลับ
 
เพราะ มีลูกศร แต่ลูกศนกำกวมมาก
 
แต่ถึงยังไง พี่ฝรั่งสองคนก็เจอร้านแล้วล่ะ
 
อิอิ
 
----------
 
ลายมือ
 
ไม่ว่าจะในห้องน้ำ บนรถเมล์
หรือไม่ก็บนโต๊ะเขียนหนังสือในห้องสมุด
จะมลายมือขยุกขยิกขีดเขียนไว้...หาคู่
 
หาคู่...
ผู้ชาย อายุ...
และมีหมายเลขโทรศัพท์ของใครบาคนเขียนทิ้งไว้
ตรงท้ายประโยคจะมีการลบหรือทำให้เสียหาย
จนดูไม่ค่อยออก แต่ว่าเป็นลายมือที่พบเห็นได้บ่อย ๆ
 
ถ้าใครใช้ปากกาลูกลื่นเขียน
ก็จะมีคนแต่งเติมให้สะดุดตามากขึ้นด้วยปากกาเมจิ
 
หากผู้เขียนรู้สึกละอายใจหรือมีเพื่อนบางคนไม่เห็นด้วย
ก็จะลบเบอร์โทรศัพท์ออกไป
ทำไมคนเราถึงหาคู่ด้วยวิธีการแบบนี้นะ
 
เพราะคนที่มีความเหงา
ต้องการถ่ายทอดความรู้สึก
ของตัวเองให้คนอื่นรู้
 
ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ใด ๆ แม้แต่บนรถเมล์
หรือโต๊ะเขียนหนังสือในห้องสมุด
 
เพราะ...
คนที่มี " ความเหงา " ต้องการถ่ายทอด
ความรู้สึกของตัวเองให้คนอื่นรู้
 
( จาก หนังสือ Love ปิ๊ง ปิ๊ง )
 
 
@ หอพักหลังมอเชองดอย @